เทศบาลตำบลบวกค้าง จัดกิจกรรมการส่งเสริมสนับสนุน ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ตำบลบวกค้าง ตามแนวถนน หรือพื้นที่สาธารณะของแต่ละหมู่บ้าน
ประวัติความเป็นมา
 
 


ประวัติความเป็นมาของตำบลบวกค้าง

จากการเล่าสืบต่อกันมาของผู้สูงอายุในตำบลเชื่อกันว่าตำบลบวกค้างได้กำเนิดพร้อมกับวัด บวกค้างโดยก่อตั้งมาประมาณ พ.ศ. 2010 ตรงกับรัฐสมัยพระเจ้าติโลกราชเป็นกษัตริย์ครองอาณาจักรล้านนาวัดบวกค้างเดิม ชื่อว่าวัดบ่อค่างหรือวัดบวกค่างวัดบวกค้างสร้างบริเวณที่ฝูงค่างได้มาขุด บ่อน้ำหรือบวกไว้เพื่อรองรับน้ำฝนไว้ดื่มกิน จึงเรียกว่าวัดบ่อค่างหรือวัดบวกค่าง

ต่อมาจึงเพี้ยนเป็นวัดบวกค้างและเรียกกันจนติดปากว่าวัดบวกค้างหลวงสิ่งก่อ สร้างแรกคือพระธาตุกู่ดำเป็นมณฑปศิลปะลายปูนปั้นที่สวยงามของเชียงใหม่ยุค แรกจนถึง พ.ศ.2101 ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าเมกุฏิเป็นกษัตริย์ครองราชอาณาจักรล้านนาไทยเสียเอกราช ให้กับพระเจ้าบุเรงนองจึงกวาดต้อนชาวบ้าน บวกค้างและผู้คนจากเชียงใหม่ไปช่วยทำศึกทำให้ชาวบ้านบวกค้างร้างผู้คนวัดจึง เป็นวัดร้างต่อมาพ.ศ. 2323 พระเจ้ากาวิละได้กู้เอกราชเชียงใหม่กลับคืนมาภายใต้การช่วยเหลือของพระเจ้า กรุงธนบุรี (พระยาตากสินมหาราช) ได้ยกทัพไปตีหัวเมืองต่างๆทางตอนบนคือไทลื้อไทของไทเขินเพื่อรวบรวมไพร่ พลเมืองเชียงใหม่เรียกยุค  “เก็บผ้าใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมือง” ใน พ.ศ. 2356 ได้ทำการกวาดต้อนผู้คนจากเมืองยองซึ่งเป็นการกวาดต้อนครั้งสุดท้ายโปรดให้ เจ้ากระหม่อมสุริยวงศาเจ้าเมืองยององค์ที่ ๓๔ ให้ลงมาตั้งอธิษฐานในเชียงใหม่ จากหลักฐานศิลาจารึกที่ค้นพบทราบว่ามาตั้งถิ่นฐานที่บวกค้าง

เจ้ากระหม่อมสุริยวงศาได้อาราธนาครูบาเจ้าญาณศิริจากวัดบวกค้างแซมหลวงเมืองยอง มาเป็นเจ้าอาวาสวัดบวกค้างทำการบูรณะถาวรวัตถุอันมีค่าคือกู่ดำและพระเจดีย์ ซึ่งเป็นของเก่าแก่สมัยราชวงศ์เม็งรายและสร้างพระนอนหล้าเพื่อเป็นศูนย์รวม จิตใจชาวยองรวมทั้งสร้างวิหารหลังคาแฝดครอบพระนอนหล้าและกู่ดำไว้ เป็นวิหารแฝดซึ่งเท่าที่ค้นพบในปัจจุบันมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย และมีเพียง 2 แห่งในโลก คือมีอยู่อีกแห่งที่ประเทศลาว ทำให้วัดบวกค้างซึ่งเคยเป็นวัดร้างเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งขยายอาณาเขต ชุมชนชาวยองให้กว้างขวางขึ้นมีการแยกย้ายไปแสวงหาที่ทำกินใหม่กระจายออกไป เป็นหมู่บ้านต่างๆรวมกันเป็นตำบลบวกค้างปัจจุบันตำบลบวกค้าง ประกอบด้วยหมู่บ้าน จำนวน ๑๓ หมู่บ้านประชากรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 80 เป็นชาวยอง จึงยังรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของชาวยองขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามไว้อย่างมั่นคง


การจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลบวกค้าง


เทศบาลตำบลบวกค้าง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ แต่เดิมได้รับการจัดตั้งเป็นสภาตำบลบวกค้าง มีการบริหารงานโดยคณะกรรมการบริหารในรูปแบบการบริหารแบบสภาตำบล และต่อมาได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล ลงวันที่ 16  ธันวาคม 2539 ได้ปรับเปลี่ยนฐานะจากสภาตำบลเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ตามมาตรา 40 และมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 โดยมีผลหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วหกสิบวัน (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 113 ตอนพิเศษ 52 ง ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2539) เป็นผลให้สภาตำบลบวกค้างเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลบวกค้างตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2540 เป็นต้นมา

ต่อมา โดยที่กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาแล้วเห็นว่า องค์การบริหารส่วนตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ มีสภาพความเหมาะสม สมควรให้จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบล อาศัยตามความในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2546 และมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2546  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงประกาศจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลบวกค้าง เป็นเทศบาลตำบลบวกค้าง ประกาศ ณ วันที่ 27 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2552


ทำเนียบผู้บริหารเทศบาลตำบลบวกค้าง

สมัย

ระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง (ปีพ.ศ.)

ชื่อ นามสกุล

ตำแหน่ง

1

2540 - 2544

นายสมพร มหาวงค์

ประธานกรรมการบริหาร อบต.

2

2545 - 2546

นายสมจิต ยืนยาว

ประธานกรรมการบริหารอบต.

2546 - 2547

นายบุญศักดิ์ กุมภา

นายกองค์การบริหารส่วนตำบล

2547 - 2548

จ.ส.อ.วีระพันธ์ ยะถา

นายกองค์การบริหารส่วนตำบล

3

2548 - 2552

นายจรัส พรหมนุชานนท์

นายกองค์การบริหารส่วนตำบล

4

2553 - 2557

นายสมพร มหาวงค์

นายกเทศมนตรีตำบล

5

2557 – ปัจจุบัน

นายวิทยา ประสงค์ทรัพย์

นายกเทศมนตรีตำบล




ที่ตั้ง
เทศบาลตำบลบวกค้างตั้งอยู่อาคารไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 8 บ้านกอสะเลียม ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอสันกำแพง ห่างจากตัวอำเภอประมาณ  8  กิโลเมตรและอยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปทางทิศตะวันออกเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร มีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1317 ตัดผ่านตำบลและเป็นเทศบาลตำบลขนาดเล็ก โดยมีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ต่างๆ ดังนี้

- ทิศเหนือ  ติดต่อกับ  ตำบลสันกำแพง ,ตำบลแช่ช้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
- ทิศใต้  ติดต่อกับ  ตำบลบ้านธิ,ตำบลห้วยยาบ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน
- ทิศตะวันออก  ติดต่อกับ  ตำบลแช่ช้างอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง และตำบลชมภู อำเภอสารภี  จังหวัดเชียงใหม่


เนื้อที่

- เทศบาลตำบลบวกค้าง มีพื้นที่ 31.48  ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ  19,675  ไร่


ภูมิประเทศ

-  ลักษณะภูมิประเทศของตำบลบวกค้าง เป็นที่ราบลุ่มลาดเตียนไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้  มีถนนสายที่สำคัญผ่านภายในตำบลคือ
-  ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  1317  (สายดอนจั่น –บ้านสหกรณ์)  ตัดผ่านตำบล
-  ถนนทางหลวงชนบท สายต่าง ๆ ดังนี้
1) สายแช่ช้าง - ร้องก่องข้าว (ชม.๓๐๓๙)  ระยะทาง 8.702  กิโลเมตร
2) สายบวกค้าง – ชมภู (ชม.4090) ระยะทาง  8.322  กิโลเมตร
3) สายบ้านร้อยพร้อม – บ้านโป่ง (ชม. 2061) ระยะทาง 2.750  กิโลเมตร
4) สายบ้านกอสะเลียม – บ้านโป่งหนองหอย (ชม.5084) ระยะทาง  1.716  กิโลเมตร
5) สายทางแยกทางหลวงหมายเลข 1147 (กม.ที่ 18.200) – บ้านดอนปีน เชื่อมสายลพ. 4015 ระยะทาง 7.637  กิโลเมตร
6) สายกอสะเลียม – สันตอ


จำนวนหมู่บ้าน

ประกอบด้วยหมู่บ้านทั้งหมด  13  หมู่บ้าน การตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนเกาะกลุ่มไปตามเส้นทางคมนาคมภายในตำบล


จำนวนประชากรแยกตามหมู่บ้าน

ชื่อหมู่บ้าน

จำนวนครัวเรือน

เพศชาย

เพศหญิง

รวม

บ้านบวกค้าง หมู่ที่ 1

286

489

512

1,001

บ้านบวกค้าง หมู่ที่ 2

162

289

288

577

บ้านต้นดู่ หมู่ที่ 3

157

251

281

532

บ้านป่าตาล หมู่ที่ 4

103

220

206

426

บ้านแม่แต หมู่ที่ 5

94

196

204

400

บ้านร้อยพร้อม หมู่ที่ 6

262

427

486

913

บ้านย่าปาย หมู่ที่ 7

136

197

248

445

บ้านกอสะเลียม หมู่ที่ 8

244

390

431

821

บ้านร้องก่องข้าว หมู่ที่ 9

196

308

365

673

บ้านช่างเพี้ยน หมู่ที่ 10

176

306

310

616

บ้านโป่ง หมู่ที่ 11

195

338

357

695

บ้านร้องก่องข้าว หมู่ที่ 12

97

167

182

349

บ้านหนองเหนี่ยง หมู่ที่ 13

119

222

249

471

รวมทั้งหมด

2,227

3,800

4,119

7,919

(ข้อมูลจาก สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ณ  เดือน ตุลาคม  พ.ศ.2557)


จุดเด่นของพื้นที่ (ที่เอื้อต่อการพัฒนาตำบล)

สภาพพื้นที่เป็นที่ราบสามารถเดินทางติดต่อระหว่างหมู่บ้านได้สะดวก มีถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1317  (สายดอนจั่น – ออนหลวย ตัดผ่าน) ตลอดจนมีโรงพยาบาลประจำอำเภอสันกำแพงตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ ชาวบ้านมีอาชีพเกษตรกร และมีวัฒนธรรมพื้นบ้านมาจากชาวยอง (ลำพูน) เป็นบางส่วน เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมซึ่งหาในพื้นที่อื่นได้ยาก มีการรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพการเกษตรทำให้ง่ายต่อการรวมกลุ่มพัฒนาด้านอื่น ๆ